ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกผูกโยงเข้าไว้ด้วยกันทั้งนั้น ทุกเหตุการณ์ ทุกเสี้ยววินาทีในชีวิต ย่อมส่งผลต่อเหตุการณ์ในอนาคต ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม เพียงแค่คุณเลือกที่จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เลือกที่จะเดินหรือขี่จักรยาน ทุกอย่างมันจะส่งผลต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป แต่ใครเล่าจะรู้ว่ามันจะถูกผูกโยงกันอย่างไรบ้าง ก็เราไม่ใช่พระเจ้านี่นะ แต่จะลองยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิต เหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้เราชีวิตดำเนินมาจนถึงจุดนี้ก็แล้วกัน
เราจบม.๖ ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของโรงเรียน ถือว่าเป็นนักเรียนเรียนดีคนหนึ่ง ที่ครูอาจารย์ พ่อแม่ รวมทั้งเพื่อนๆ ต่างคาดหวังว่าเราจะเลือกเรียนแพท์หรือไม่ก็วิศวกรรมศาสตร์ตามค่านิยมของคนที่ได้คะแนนสูง แต่ใครเล่าจะคิดว่าคนอย่างเรานี่แหละไม่เลือก กลับมาเลือกเรียนสื่อสารมวลชน ด้วยความฝันที่อยากจะทำงานในวงการสื่อสารมวลชน นั่นแหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิตทีสำคัญอย่างหนึ่ง ก็ลองคิดดูสิถ้าเลือกเรียนหมอ ป่านนี้ชีวิตอาจจะไม่ได้มานั่งเขียนนิยายในเมืองปักกิ่งอย่างนี้ก็ได้ อาจจะทำงานเข้าเวรรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทย จะยังไงก็ช่างเถอะ เราไม่อยากเปรียบเทียบ เพราะเราเองไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่ามันจะดีหรือร้ายกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่กันแน่
เราเรียนบ้างเล่นบ้าง ตามประสาคนรักอิสระและชอบหาอะไรทำไม่หยุดนิ่ง ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังอะไรกับการเรียนมากนัก แค่ได้เกียรตินิยมอันดับสอง ก็โอเคแล้ว แต่ในที่สุด เรียนมาจนเกือบจบ ก็ดันมาติดเอฟวิชาสุดท้ายซะนี่ โอ้ พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก ใครกันเล่าจะคาดคิดว่าเหตุการณ์มันจะเป็นไปอย่างนี้ ขณะที่เพื่อนๆกำลังหางานทำ และรอรับปริญญา ฉันกลับเจอกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
นั่นแหละ ทำให้เราต้องเรียนต่ออีก ครึ่งปี ก็เหมือนกับเสียเวลาไปเกือบปีอะนะ แต่ยังไงจบมาก็ยังหางานทำได้แหละน่า แต่ทำงานได้ไม่นานนัก ก็ติดทหาร เราไม่รู้ว่าจะเขียนให้มันเชื่อมโยงกันยังไง ก็เลยได้แต่ลำดับเหตุการณ์สำคัญในชีวิตให้ฟัง เพราะเราคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว
ถ้าสิ่งนั้นไม่เกิด สิ่งนี้ย่อมไม่เกิด
ถ้าเราไม่เป็นทหาร ก็อาจจะทำงานต่อจนป่านนี้แก่ประสบการณ์ในสายงานไปแล้วก็เป็นได้ แต่ก็นั่นแหละนะ โชคชะตาฟ้ากำหนดให้เราต้องเดินทางทางนี้ ต้องเจอกับอุปสรรคปัญหาในชีวิตอีกหลายอย่าง บางอย่างถึงกับทำให้เราช็อค แต่เราก็ผ่านมันมาได้ และยังยืนหยัดที่จะสู้กับมันต่อไป
เราไม่โทษโชคชะตา ฟ้ากำหนด หรือพรหมลิขิต เราไม่โทษตัวเอง เราไม่โทษใครอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นความบังเอิญ เป็นจังหวะที่ลงตัวกันพอดีทำให้เราพานพบกับเหตุการณ์ต่างๆ จะดีหรือเลวก็ตาม เราไม่คิดจะย้อนกลับไปเปลี่ยนอดีต เพราะเราไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนแล้ว ปัจจุบันของเราจะแย่หนักกว่าเดิม หรือว่าดีกว่าเก่ากันแน่ อย่างที่บอก ทุกสิ่งทุกอย่างมันเชื่อมโยงกัน อย่างหนึ่งเปลี่ยนย่อมส่งผลต่ออย่างหนึ่งให้เปลี่ยนไปด้วย
ตราบใดที่เราไม่รู้อนาคต ก็อย่าคิดแก้ไขอดีต และโทษตัวเองในสิ่งที่แล้วมา