2007/Mar/04

ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกผูกโยงเข้าไว้ด้วยกันทั้งนั้น ทุกเหตุการณ์ ทุกเสี้ยววินาทีในชีวิต ย่อมส่งผลต่อเหตุการณ์ในอนาคต ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม เพียงแค่คุณเลือกที่จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เลือกที่จะเดินหรือขี่จักรยาน ทุกอย่างมันจะส่งผลต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป แต่ใครเล่าจะรู้ว่ามันจะถูกผูกโยงกันอย่างไรบ้าง ก็เราไม่ใช่พระเจ้านี่นะ แต่จะลองยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิต เหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้เราชีวิตดำเนินมาจนถึงจุดนี้ก็แล้วกัน

เราจบม.๖ ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของโรงเรียน ถือว่าเป็นนักเรียนเรียนดีคนหนึ่ง ที่ครูอาจารย์ พ่อแม่ รวมทั้งเพื่อนๆ ต่างคาดหวังว่าเราจะเลือกเรียนแพท์หรือไม่ก็วิศวกรรมศาสตร์ตามค่านิยมของคนที่ได้คะแนนสูง แต่ใครเล่าจะคิดว่าคนอย่างเรานี่แหละไม่เลือก กลับมาเลือกเรียนสื่อสารมวลชน ด้วยความฝันที่อยากจะทำงานในวงการสื่อสารมวลชน นั่นแหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิตทีสำคัญอย่างหนึ่ง ก็ลองคิดดูสิถ้าเลือกเรียนหมอ ป่านนี้ชีวิตอาจจะไม่ได้มานั่งเขียนนิยายในเมืองปักกิ่งอย่างนี้ก็ได้ อาจจะทำงานเข้าเวรรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทย จะยังไงก็ช่างเถอะ เราไม่อยากเปรียบเทียบ เพราะเราเองไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่ามันจะดีหรือร้ายกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่กันแน่

เราเรียนบ้างเล่นบ้าง ตามประสาคนรักอิสระและชอบหาอะไรทำไม่หยุดนิ่ง ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังอะไรกับการเรียนมากนัก แค่ได้เกียรตินิยมอันดับสอง ก็โอเคแล้ว แต่ในที่สุด เรียนมาจนเกือบจบ ก็ดันมาติดเอฟวิชาสุดท้ายซะนี่ โอ้ พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก ใครกันเล่าจะคาดคิดว่าเหตุการณ์มันจะเป็นไปอย่างนี้ ขณะที่เพื่อนๆกำลังหางานทำ และรอรับปริญญา ฉันกลับเจอกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

นั่นแหละ ทำให้เราต้องเรียนต่ออีก ครึ่งปี ก็เหมือนกับเสียเวลาไปเกือบปีอะนะ แต่ยังไงจบมาก็ยังหางานทำได้แหละน่า แต่ทำงานได้ไม่นานนัก ก็ติดทหาร เราไม่รู้ว่าจะเขียนให้มันเชื่อมโยงกันยังไง ก็เลยได้แต่ลำดับเหตุการณ์สำคัญในชีวิตให้ฟัง เพราะเราคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว

ถ้าสิ่งนั้นไม่เกิด สิ่งนี้ย่อมไม่เกิด

ถ้าเราไม่เป็นทหาร ก็อาจจะทำงานต่อจนป่านนี้แก่ประสบการณ์ในสายงานไปแล้วก็เป็นได้ แต่ก็นั่นแหละนะ โชคชะตาฟ้ากำหนดให้เราต้องเดินทางทางนี้ ต้องเจอกับอุปสรรคปัญหาในชีวิตอีกหลายอย่าง บางอย่างถึงกับทำให้เราช็อค แต่เราก็ผ่านมันมาได้ และยังยืนหยัดที่จะสู้กับมันต่อไป

เราไม่โทษโชคชะตา ฟ้ากำหนด หรือพรหมลิขิต เราไม่โทษตัวเอง เราไม่โทษใครอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นความบังเอิญ เป็นจังหวะที่ลงตัวกันพอดีทำให้เราพานพบกับเหตุการณ์ต่างๆ จะดีหรือเลวก็ตาม เราไม่คิดจะย้อนกลับไปเปลี่ยนอดีต เพราะเราไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนแล้ว ปัจจุบันของเราจะแย่หนักกว่าเดิม หรือว่าดีกว่าเก่ากันแน่ อย่างที่บอก ทุกสิ่งทุกอย่างมันเชื่อมโยงกัน อย่างหนึ่งเปลี่ยนย่อมส่งผลต่ออย่างหนึ่งให้เปลี่ยนไปด้วย

ตราบใดที่เราไม่รู้อนาคต ก็อย่าคิดแก้ไขอดีต และโทษตัวเองในสิ่งที่แล้วมา

2007/Feb/15

เคยมั้ย รักใครสักคน แล้วเขาก็รักเราตอบ แต่ว่าเราสองคนไม่อาจจะรักกันต่อได้ ด้วยเหตุผลส่วนตัวของคนใดคนหนึ่งที่เป็นอุปสรรค ในที่สุดอีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องบอกเลิกทั้งที่ใจยังรักเขาอยู่เต็มอก

ผมเพิ่งนัดเจอกับหนุ่มที่แอบชอบอยู่ในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเดทครั้งแรกของเรา ก็ไม่เชิงเดท แค่นั่งคุยกันเรื่องต่างๆของแต่ละคน ผลัดกันถามตอบ รู้สึกดีกับการเจอกันครั้งนี้ เราคุยกันเหมือนเพื่อน ไม่มีคำพูดหวานๆ ไม่มีการสัมผัสถึงเนื้อถึงตัว ผมอยากให้เราเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน

แต่คิดไปคิดมา อีกไม่นานผมก็ต้องกลับเมืองไทยแล้ว แล้วก็อาจจะไม่ได้เจอกับเขาอีกเลยตลอดชีวิต เขาเองก็ไม่สามารถตามผมกลับไปได้ ผมเองก็ไม่อยู่ต่อ เพราะยังมีพ่อแม่ที่ผมยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณท่าน แล้วอย่างนี้ ถ้าเราสองคนรักกันขึ้นมา ถึงเวลาต้องจากขึ้นมา คงเจ็บน่าดู

แล้วเราจะสานสัมพันธ์กับเขาต่อดีมั้ย หรือปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามครรลองของมัน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แล้วค่อยว่ากันทีหลัง

ใครเคยมีประสบการณ์ทำนองนี้บ้างครับ รักกัน แต่เราจำใจต้องบอกเลิก เพราะเหตุผลใดบ้าง ที่ทำให้คุณไม่อาจจะอยู่กับเขาได้ ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องการกันและกัน

2007/Feb/05

หลายคนคงรู้จักชื่อของนางในวรรณคดีนางหนึ่งที่ชื่อว่า "โมรา"เพราะชื่อนี้ นอกจากจะเป็นชื่อของนางในวรรณคดีเรื่อง "จันทโครพ" แล้ว ยังใช้เป็นคำเรียกผู้หญิงหลายใจ ที่นอกใจสามีตัวเองอีกด้วย ผมเลือกเรื่องนี้ถ่ายทอดเป็นภาษาจีนส่งอาจารย์

ความจริงผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความเป็นไปเป็นมาของเรื่องนี้ชัดเจนนัก รู้แต่ว่านางโมราฆ่าผัว จุดประสงค์ของนิทานเรื่องนี้คือ การสอนให้ผู้หญิงรู้จักซื่อสัตย์ต่อสามีตัวเอง รักสามีตัวเองคนเดียว แม้ว่าตัวจะตายก็ไม่ควรจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น ประมาณนั้น เพราะดูจากเนื้อหาแล้วมันออกมาเป็นแนวนี้ ส่วนเรื่องที่จะวิเคราะห์ว่าใครผิดใครถูก ก็แล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคน

ด้วยความไม่ชัดเจนในเนื้อหานัก ผมเลยเขียนเนื้อหาบางส่วนตามความเข้าใจของตัวเอง เพื่อทำให้เนื้อหามันดูมีเหตุผลเชื่อมโยงประกอบกันมากขึ้น ความจริงนิทานพื้นบ้านหลายเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา เนื้อหาจริงๆก็เพี้ยนไปบ้างตามทฤษฎีการสื่อสารที่มันก็ต้องมีอุปสรรคในการสื่อสาร แต่ถ้าเนื้อหาหลักยังคงชัดเจนอยู่ก็โอเค

ผมพยายามค้นหาข้อมูลเรื่องย่อของ "จันทโครพ" ในอินเตอร์เนต แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอในส่วนของเหตุผลสำคัญที่ทำให้นางโมราตัดสินใจยื่นมืดให้โจรป่าห้าร้อยฆ่าผัวตัวเอง เจอแต่ความคิดเห็นของคนอื่น

ทำไมนางโมราต้องฆ่าผัว? นางจงใจหรือพลาดพลั้ง? นางมีทางเลือกอื่นหรือไม่? ทั้งที่จันทโครพก็ออกจาหล่อบาดใจสาวขนาดนั้น แถมเป็นเจ้าชายหนุ่มที่กำลังจะกลับไปเสวยสุขในราชบัลลังก์แห่งเมืองพาราณสี โมราคิดยังไงของเธอ ถึงได้เลือกที่จะไปกับโจรป่านั่น

ถ้าไม่ใช่เพราะโจรป่านั่นหล่อลากดิน จนต้องตาต้องใจนางโมราจนทำให้ใจนางหวั่นไหวแต่นั่นก็ต้องสืบเนื่องมาจากนางโมราไม่ได้รักจันโทรพจริงเพราะหากรักจริงก็คงจะไม่ไปหลงใครอื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก หรือเพราะรักโจรป่านั่นจริง แต่จะเป็นไปได้หรือ กับ รักแรกพบ ด้วยลักษณะของการจู่โจมเข้ามาปล้นชิงแบบนั้น ผมเลยตัดสินใจสรุปสาเหตุที่ทำให้นางโมราฆ่าผัว เพราะว่านางต้องใจโจรป่าที่ไม่รูปชั่วตัวดำ แต่กลับคมสันหล่อลากดิน กล้ามเป็นมัดๆ เรียกว่าสาวไหนเห็นเป็นต้องหลง

สุดท้ายจุดจบของนางโมรา หญิงหลายผัว ก็คือการถูกสาปเป็นชะนี ร้องหา "ผัว ผัว ผัว" อยู่กลางป่า เอ๊ะ แล้วทำไมชายหลายเมียไม่เห็นถูกสาปบ้างเลยแฮะ


edit @ 2007/02/06 09:01:55